ตอนท 4 แนวทางการจ ดการเร ยนร ส ประชาคม การจ ดการเร ยนร ส ประชาคม ผ บร หารสถานศ กษา เป นบ คคลสาค ญในการส งเสร ม สน บสน นและช วยเหล อคร โดยเน นให คร เร มจากการว เคราะห หล กส ตรสถานศ กษา จ ดท าหน วย การเร ยนร และเข ยนแผนการจ ดการเร ยนร ท พ ฒนาผ เร ยนให ม ความตระหน ก ความร ความเข าใจ และ เจตคต ท ด พร อมท จะปร บเปล ยน และเตร ยมต วร บความเปล ยนแปลงเก ยวก บ ท จะต องเผช ญในอนาคต แนวทางการจ ดการเร ยนร ส ประชาคม ม ข นตอนดาเน นการด งน ข นท 1 ว เคราะห หล กส ตรแกนกลางเพ อจ ดท าส ตรสถานศ กษา กล มสาระการเร ยนร ต าง ๆ ในส วนท เก ยวข องก บเร อง โดยเฉพาะกล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรมจะม เน อหาท เก ยวข องก บโดยตรง ต วอย างการว เคราะห มาตรฐานการเร ยนร / ต วช ว ด ช นประถมศ กษาป ท 4 มาตรฐาน ต วช ว ด สาระการเร ยนร สาระท เก ยวข องก บ ส 1.1 1. อธ บายประว ต ศาสดา ของศาสนาอ น ๆ โดยส งเขป ประว ต ศาสดา -พระพ ทธเจ า -นบ ม ฮ มม ด ประว ต ศาสดาของศาสนาในกล ม ประชาคม ส 1.2 2. ม มารยาทของความ เป นศาสน กชนท ด ตามท กาหนด -พระเยซ มารยาทท ด ของศาสน กชน -การปฏ บ ต ตนท เหมาะสมต อ พระภ กษ -การย น การเด น และการน งท เหมาะสม ในโอกาสต าง ๆ การยอมร บความแตกต าง -การปฏ บ ต ตนต อศาสดาของศาสนา ท ตนเองน บถ อในกล มประชาคม
31 มาตรฐาน ต วช ว ด สาระการเร ยนร สาระท เก ยวข องก บ ส 2.1 1. ปฏ บ ต ตนเป นพลเม องด ตามว ถ ประชาธ ปไตย ใน ฐานะสมาช กท ด ของช มชน - การเข าร วมก จกรรมประชาธ ปไตย ของช มชน เช น การรณรงค การเล อกต ง - แนวทางการปฏ บ ต ตนเป นสมาช ก ท ด ของช มชน เช น การอน ร กษ ส งแวดล อม สาธารณสมบ ต โบราณว ตถ และโบราณสถาน ความสาค ญของส งแวดล อมใน กล มประชาคม 3. ว เคราะห ส ทธ พ นฐาน ท เด กท กคนพ งได ร บตาม กฎหมาย การพ ฒนาช มชน ส ทธ พ นฐานของเด ก เช น ส ทธ ท จะ ได ร บการปกป อง ส ทธ ท จะได ร บการ พ ฒนา ส ทธ ท จะม ส วนร วม การยอมร บความเท าเท ยมก น ของความเป นมน ษย บน ความแตกต าง 4. อธ บายความแตกต าง ทางว ฒนธรรมของกล มคน ในท องถ น ว ฒนธรรมในภาคต าง ๆ ของไทยท แตกต างก น เช น การแต งกาย ภาษา อาหาร ว ฒนธรรมท แตกต างอย าง หลากหลายของประเทศในกล ม ประชาคม ส 2.2 5. เสนอว ธ การท จะอย ร วมก นอย างส นต ส ขใน ช ว ตประจาว น 1. อธ บายอานาจอธ ปไตย และความสาค ญ ของระบอบประชาธ ปไตย - ป ญหา สาเหต ของการเก ด ความข ดแย งในช ว ตประจาว น - แนวทางการแก ป ญหาความข ดแย ง ด วยส นต ว ธ - อานาจอธ ปไตย - ความสาค ญของการปกครองตาม ระบอบประชาธ ปไตย การอย ร วมก นในประชาคม - ระบอบการปกครองของ ประเทศในกล มประชาคม ส 3.1 1. ระบ ป จจ ยท ม ผลต อ การเล อกซ อส นค าและ บร การ - ส นค าและบร การท ม อย หลากหลายในตลาด ท ม ความ แตกต างด านราคาและค ณภาพ - ส นค านาเข าจากประเทศ ในกล มประชาคม
32 มาตรฐาน ต วช ว ด สาระการเร ยนร สาระท เก ยวข องก บ ส 3.2 1. อธ บายความส มพ นธ ทางเศรษฐก จของคนใน ช มชน ส 4.3 2. บอกประว ต และผลงาน ของบ คคลสาค ญสม ย ส โขท ย - อาช พส นค าและบร การต าง ๆ ท ผล ตในกล มประชาคม - การพ งพาอาศ ยก นในช มชน ทางด านเศรษฐก จของประเทศ ในกล มประชาคม - ประว ต และผลงานของ บ คคลสาค ญสม ยส โขท ย - อาช พส นค าและบร การต าง ๆ ท ผล ตใน - การพ งพาอาศ ยก นในช มชน ทางด านเศรษฐก จของ ประเทศในกล มประชาคม - ประว ต บ คคลสาค ญของ ประเทศในกล มประชาคม ต วอย างการว เคราะห มาตรฐานการเร ยนร / ต วช ว ด ระด บม ธยมศ กษาป ท 3 มาตรฐาน ต วช ว ด สาระการเร ยนร สาระท เก ยวข องก บ ส 1.1 1. อธ บายการเผยแผ พ ทธ ศาสนา หร อศาสนาท ตน น บถ อส ประเทศต างๆ ท วโลก การเผยแผ พระพ ทธศาสนาเข าส ประเทศต าง ๆ ท วโลก และการ น บถ อศาสนาต าง ๆ ของประเทศ เหล าน นในป จจ บ น การเผยแผ พระพ ทธศาสนาใน กล มประชาคม 2. ว เคราะห ความสาค ญ ของพระพ ทธศาสนา หร อ ศาสนาท ตนน บถ อ ใน ฐานะท ช วยสร างสรรค อารยธรรมและความสงบ ส ขให แก โลก 3. อภ ปรายความสาค ญ ของพระพ ทธศาสนาหร อ ศาสนาท ตนน บถ อก บ ปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยง และการพ ฒนา อย างย งย น ความสาค ญของพระพ ทธศาสนาใน ฐานะท ช วยสร างสรรค อารยธรรม และความสงบส ขให แก โลก ส มมนาพระพ ทธศาสนาก บปร ชญา เศรษฐก จพอเพ ยงและการพ ฒนา อย างย งย น (ท สอดคล องก บ หล กธรรมในสาระการเร ยนร ข อ 6) ความส าค ญของพระพ ทธศาสนา ในกล มประชาคมท ช วย สร างสรรค อารยธรรมและ ความสงบส ขให แก โลก ว เคราะห และจ าแนก ความเหม อน ความแตกต าง เก ยวก บศาสนาในกล มประชาคม ก บปร ชญาเศรษฐก จ พอเพ ยง
ก บ ว ฒนธรรมอ น ร งเร อง 33 ข นท 2 จ ดทาหน วยการเร ยนร บ รณาการประชาคม โดยทาตารางระบ ช อ หน วย มาตรฐานการเร ยนร ต วช ว ด สาระสาค ญ เวลา และน าหน กคะแนน ต วอย างโครงสร างรายว ชา สาระการเร ยนร ประชาคม ช นประถมศ กษาป ท 4 ช อหน วย มาตรฐานการเร ยนร / ต วช ว ด สาระส าค ญ เวลา น าหน ก คะแนน ส 1.1 ป. 4/8 อธ บายประว ต ศาสดาของ การเร ยนร ประว ต ศาสดาของศาสนา 3 40 ศาสนาอ น ๆโดยส งเขป อ น ๆ การม มารยาทของความเป น ส 1.2 ป. 4/2 ม มารยาทของความ ศาสน กชนท ด การเร ยนร ความ เป นศาสน กชนท ด ตามท กาหนด แตกต าง ของว ฒนธรรม ประว ต และ ส 2.1 ป. 4/4 อธ บายความแตกต างทาง ผลงานของบ คคลสาค ญ ตลอดจน ว ฒนธรรมของกล มคนในท องถ น การม ส วนร วมในการอน ร กษ ส 4.3 ป. 4/2 บอกประว ต และผลงาน ส งแวดล อมเป นส งจ าเป นในการอย ของบ คคลสาค ญสม ยส โขท ย ร วมก นค อ ความสงบส ข ส 5.2 ป. 4/3 ม ส วนร วมในการอน ร กษ ส งแวดล อมในจ งหว ด การเม องม นคง ส 2.1 ป. 4/1 การปฏ บ ต ตนเป นพลเม อง ด ตามว ถ ประชาธ ปไตย ในฐานะสมาช กท ด ของช มชน ส 2.1 ป. 4/2 ปฏ บ ต ตนเป นผ นา และผ ตามท ด ส 2.1 ป. 4/3 ว เคราะห ส ทธ พ นฐานท เด ก ท กคนพ งได ร บตามกฎหมาย ส 2.2 ป. 4/2 อธ บายอานาจอธ ปไตย และความสาค ญของระบอบ ประชาธ ปไตย เศรษฐก จม งค ง ส 3.1 ป. 4/1 ระบ ป จจ ยท ม ผลต อการ เล อกซ อส นค าและบร การ ส 3.2 ป. 4/1 อธ บายความส มพ นธ ทาง เศรษฐก จของคนในช มชน ส 2.1 ป. 4/5 เสนอว ธ การท จะอย ร วมก นอย างส นต ส ขในช ว ตประจาว น การเร ยนร เร องอานาจอธ ปไตย การปฏ บ ต ตนเป นพลเม องด ตามว ถ ประชาธ ปไตย ร จ กการเป นผ นา ผ ตามท ด ให ความสาค ญของส ทธ เด ก ทาให นาไปใช ปฏ บ ต ตนเพ อการ อย ร วมก นในส งคมได อย างม ความส ข การระบ ป จจ ยท ม ผลต อการเล อก ซ อส นค าและบร การ การเร ยนร ถ ง ความส มพ นธ ของระบบเศรษฐก จใน ช มชน และเสนอว ธ การอย ร วมก น อย างส นต ส ข เป นความร วมม อทาง เศรษฐก จซ งก นและก น 3 40 2 20
34 ข นท 3 จ ดทาแผนผ งความค ดหน วยการเร ยนร ข นตอนน เป นการวางแผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร บ รณาการก บสาระการเร ยนร และต วช ว ด เพ อให เห นความส มพ นธ ร วมก น ซ งการวางแผนการจ ดก จกรรมน จะก าหนดห วข อเร อง ไว ตรงกลาง แยกเป นหน วยย อย เพ อแสดงความส มพ นธ ของการจ ดทาหน วยการเร ยนร แบบบ รณาการ ต วอย างผ งความค ดหน วยการเร ยนร ส 2.2 ตชว. 2 ส 2.1 ตชว. 3 ส 3.2 ตชว. 1 ผ นาเศรษฐก จ ส 2.1 ตชว. 5 ส 2.1 ตชว. 1 ปรองดองใน ส 3.1 ตชว. 1 ส 2.1 ตชว. 2 หน วยท 3 เด กไทย เศรษฐก จม งค ง ห วใจ ส 4.3 ตชว. 2 ส 2.1 ตชว. 4 ว ฒนธรรมหลากหลาย ส 1.1 ตชว. 8 หน วยท 1 ก บว ฒนธรรม อ นร งเร อง ส 1.2 ตชว. 2 ร วมใจเป น ส 5.2 ตชว. 3
35 ข นท 4 ออกแบบการจ ดการเร ยนร แบบย อนกล บ (Backword Design) โดยท าตาราง 4 ช อง ช องแรกเป นเป าหมาย ได แก การก าหนด สาระส าค ญ จากมาตรฐาน/ต วช ว ด ช องท 2 การว ดและประเม นผล ก าหนดช นงาน/ภาระงานของผ เร ยน ตามสาระส าค ญ ช องท 3 ก าหนด ก จกรรมการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ และช องท 4 ค าถามส าค ญ เป นค าถามท าทาย จากการนาความร ท เร ยนไปประย กต ใช ต วอย าง การออกแบบหน วยการเร ยนร ก บว ฒนธรรมอ นร งเร อง สาระส าค ญ ประเทศในกล มม ท งความเหม อน ความแตกต างด านศาสนา ว ฒนธรรม และการปฏ บ ต ซ งช วยให เก ดการเร ยนร และอย ร วมก นอย างส นต ส ข ช นงาน/ภาระงาน - การนาเสนอหน าช นเร ยน - หน งส อเล มเล ก - แผนผ งความค ด ก จกรรมการเร ยนร 1. ร องเพลง และร วมสนทนาเก ยวก บสาระของเน อเพลง 2. แบ งกล มศ กษา ค นคว าเก ยวก บศาสนา ศาสดา มารยาทศาสน กชน ว ฒนธรรม บ คคลสาค ญและ การอน ร กษ ส งแวดล อมของประเทศใน 3. แต ละกล มจ ดทาหน งส อเล มเล ก 4. นาเสนอ อภ ปราย และรายงานผลการศ กษาค นคว า 5. สร ปผลและเข ยนเป นแผนผ งความค ด คาถามส าค ญ น กเร ยนค ดว า ถ าจะทาให ศาสนาอย ในจ ตใจ และย ดถ อปฏ บ ต ของท กคนควรทาอย างไร
36 ข นท 5 เข ยนแผนการจ ดการเร ยนร เป นการนาส งท ออกแบบการเร ยนร ไว มาเข ยน แผนการจ ดการเร ยนร ต วอย างแผนการจ ดการเร ยนร ช นประถมศ กษาป ท 4 หน วยท 1 ก บว ฒนธรรมอ นร งเร อง เวลา 3 ช วโมง หน วยย อยท 1 ว ฒนธรรมหลากหลาย เวลา 1 ช วโมง... สาระสาค ญ ประเทศในกล มม ท งความเหม อนและความแตกต างในด านศาสนา ว ฒนธรรม และการประพฤต ปฏ บ ต ซ งช วยให เก ดการเร ยนร ร วมก นอย างส นต ส ข มาตรฐานการเร ยนร / ต วช ว ด มาตรฐาน ส 1.1 ร และเข าใจประว ต ความสาค ญ ศาสดา หล กธรรมของพระพ ทธศาสนา หร อศาสนาท ตนน บถ อและศาสนาอ น ม ศร ทธาท ถ กต อง ย ดม น และปฏ บ ต ตามหล กธรรมเพ ออย ร วมก นอย างส นต ส ข ต วช ว ดท 8 อธ บายประว ต ศาสดาของศาสนาอ น ๆ โดยส งเขป จ ดประสงค การเร ยนร สาระการเร ยนร ก จกรรมการเร ยนร 1. บอกช อศาสดาของศาสนาต าง ๆ ในกล ม 2. ปฏ บ ต ตนได ถ กต องก บสถานท บ คคลในการน บถ อศาสนาอ น ๆ 3. ทางานและอย ร วมก บผ อ นได 1. ศาสดาของศาสนาในประเทศในประชาคม 2. การปฏ บ ต ตนในการน บถ อศาสนาอ น ๆ ข นท 1 นาเข าส บทเร ยน 1. น กเร ยนร องเพลง ศาสนาพาด โดยคร ร องเพลงน าก อน 1 คร ง และให ร องตาม พร อมปรบม อให จ งหวะ 2. ร วมแสดงความค ดเห นว าเพลงน ม สาระอะไรบ าง
37 ข นท 2 ก จกรรมการเร ยนร 1. แบ งกล มน กเร ยน ร บใบความร เร อง ศาสนาของประเทศในกล ม และ ใบงานท 1 2. ศ กษาใบความร เร อง ศาสนาต าง ๆ ของประเทศในกล มประชาคม แล วตอบคาถาม 3. แต ละกล มนาเสนอผลงาน 4. คร และน กเร ยนร วมก นสร ปเน อหา การปฏ บ ต ของแต ละกล มและการน าไปใช อย างถ กต อง 5. น กเร ยนสร ปความร เป นแผนผ งความค ด ข นท 3 สร ป คร ต งประเด นคาถามเช อมโยงส ช ว ตจร ง ด งน 1. ศาสนาของแต ละประเทศเหม อนและแตกต างก นอย างไร 2. น กเร ยนค ดว าการปฏ บ ต ตนตามศาสนาท ตนน บถ อเก ดประโยชน ต อตนเอง ครอบคร วและส งคมอย างไร ส อ/ แหล งเร ยนร 1. เพลง ศาสนาพาด 2. ใบความร เร อง ศาสนาต าง ๆ ของประเทศในกล มประชาคม 3. ห องสม ด 4. ม ม การว ดและการประเม นผล 1. การส งเกตพฤต กรรมการทางานร วมก น 2. ตรวจผลงานแผนผ งความค ด
38 การจ ดการเร ยนร ส ประชาคม การจ ดการเร ยนร ส ประชาคมสามารถจ ดทาได หลากหลายร ปแบบตามความพร อม ของสถานศ กษา ด งน 1. การจ ดการเร ยนร ในกล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม ในเน อหาท เก ยวก บเร องโดยตรง 2. การจ ดการเร ยนร บ รณาการก บกล มสาระการเร ยนร อ น ๆ โดยใช กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนา และว ฒนธรรม เป นแกน 3. การจ ดท ารายว ชาเพ มเต ม โดยการก าหนดผลการเร ยนร แล วน ามาเข ยนค าอธ บาย รายว ชา และนาไปจ ดทาหน วยการเร ยนร ออกแบบการเร ยนร และเข ยนแผนการจ ดการเร ยนร เพ อ นาไปใช จ ดการเร ยนร ต อไป 4. การจ ดก จกรรมพ ฒนาผ เร ยน เป นก จกรรมท ม งเน นการเต มเต มความร ความช านาญ และประสบการณ ของผ เร ยนเก ยวก บเร อง เช น ก จกรรมช มน ม ชมรม ล กเส อ ย วกาชาด เป นต น 5. การจ ดก จกรรมเสร ม เพ อเสร มความร ความเข าใจ ความตระหน กเก ยวก บเร อง เช น จ ดค ายประชาคม จ ดงานส ปดาห ก จกรรมภาษาน าร ช มชนคนร ก ASEAN Song เป ดโลก เป นต น